วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ชาร์จโทรศัพท์มือถือ ด้วยน้ำ EXGadgets


PowerTrekk ชาร์จโทรศัพท์มือถือ ด้วยน้ำ EXGadgets


ไม่เพียงแต่เทคโนโลยีของสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ตที่ต้องอัพเดทข้อมูลกันแบบวันต่อวัน ล่าสุด PowerTrekk ได้ออกมาโชว์ผลงานในงาน Mobile World Congress ที่บาเซลโลน่า ประเทศสเปน อุปกรณ์สำหรับชาร์จแบตเตอร์รี่โทรศัพท์มือถือขนาดพกพาPowerTrekk Fuel Cell charger
เครื่องชาร์ตไฟนี้ อาศัยหลักการปฏิกิริยาทางเคมี ในการแยกไฮโดรเจนออกจากน้ำ (H2O) แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าผ่าน fuel cell ซึ่งพร้อมจะนำไปชาร์จให้กับโทรศัพท์มือถือได้ทันทีเมื่อเสียบสาย USB-Connected เข้ากับอุปกรณ์
อยากจะบอกว่า “It so cool!” น่าสนใจมากๆ คล้ายกับ HydroFill ของ Horizon ที่ทำงานผ่าน Hydrogen fuel packs โดยทำปฏิกิริยาทางเคมีมาเก็บเป็นประจุไฟฟ้าไว้ในตัวเอง แล้วนำไปชาร์จกลับไปยังโทรศัพท์มือถืออีกที แหล่งพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ก็มีอยู่ 2 แหล่งคือ
  • แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 1600 mAh
  • Fuel cell ที่ใช้พลังงานจากน้ำ สามารถให้พลังงานได้ 1000 mAh
คุณอาจจะเคยได้ยินเครื่องชาร์จโทรศัพท์มือถือพลังงานแสงอาทิตย์ Solar Charger หรือ Portable Mobile Phone charger แบตเตอร์รี่สำรองแบบพกพามาบ้างแล้ว ในอนาคตเราอาจจะได้เห็น UPS เครื่องสำรองไฟที่ใช้น้ำก็เป็นได้ (ความเห็นส่วนตัวครับ) สำหรับราคาของ PowerTrekk ยังไม่ได้เปิดเผยในขณะนี้
สำหรับขั้นตอนการใช้งานก็มีดังนี้ครับ
  1. เปิดฝาครอบออกและใส่ตลับ fuel pack ลงไป
  2. เติมน้ำลงไปใน fuel pack ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วทำการปิดฝา
  3. ปิดฝาครอบใหญ่
  4. เสียบสาย USB จากอุปกรณ์พกพาเข้าสู่ตัว Powertrekk
  5. Powertrekk จะทำการชาร์จไฟให้อัตโนมัติ
  6. ในขณะใช้งาน จะมีไฟแสดงสถานะของพลังงานที่เหลืออยู่ และเมื่อไม่มีการใช้งานก็ให้ถอด fuel pack ที่ใช้งานแล้วออกด้วยทุกครั้ง


เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ

iPhone 6 ใช้งานกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซลจาก OmniVision พร้อมลดขนาดตัวเครื่องลงอีก 20 เปอร์
ถ้าหากว่าบริษัท Sony เตรียมตัวที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเซนเซอร์กล้องหลักให้กับ iPhone 5 อย่างเต็มรูปแบบแล้วละก็ ทางฝั่งคู่แข่งหน้าเก่าอย่าง Omnivision เองก็เตรียมกลับมาแก้มือกันใหม่ใน iPhone 6 อย่างแน่นอนหลังจากที่พวกเขาเพิ่งจะเปิดตัว OmniBSI-2 ซึ่งเป็นเซนเซอร์กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลสำหรับอุปกรณ์ประเภทสมาร์ตโฟนและแทบเลตรุ่นใหม่ล่าสุดที่จะมีจุดขายอยู่ตรงความบางเฉียบลงกว่าเซนเซอร์กล้องมือถือทั่วไปตามท้องตลาดถึง 20% เลยทีเดียว (4.7 มม. ในขณะที่กล้อง iPhone 4 บาง 6.5 มม.)
ทั้งนี้ข้อดีที่จะตามมาจากการใช้งานเซนเซอร์กล้องสุดบางฉิวจาก OmniVision ที่ว่านี้ก็คือ Apple สามารถปรับปรุงดีไซน์ของ iPhone 6 ให้มีความบางเฉียบอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในผลิตภัณฑ์ตระกูล iPhone ซึ่งก่อนหน้านี้ Apple เคยร่วมงานกับ OmniVision มาแล้วในการผลิตเซนเซอร์กล้องใน iPhone 4 เช่่นเดียวกับ iPhone 5 ที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า OmniVision จะเป็นหนึ่งในสองบริษัทผู้ผลิตกล้องหลักร่วมกันกับทาง Sony นั่นเอง
อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่คิดว่า iPhone 5 อาจจะฉวยโอกาสรีบนำเซนเซอร์กล้องจาก OmniVision ตัวนี้มาใช้งานกันเลยเพื่อให้บอดี้ตัวเครื่องบางลงตามที่เป็นข่าวอยู่อย่างต่อเนื่องในช่วงนี้เห็นทีคงจะต้องผิดหวังไปตามๆกัน เพราะทาง OmniVision ประกาศออกมาแล้วว่าเซนเซอร์กล้อง OmniBSI-2 จะเริ่มกระบวนการผลิตล็อตแรกกันในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งกว่าที่สินค้าทั้งหมดจะพร้อมแจกจ่ายไปยังบริษัทโทรศัพท์มือถือและแทบเลตต่างๆอย่างเร็วที่สุดก็คงเป็นช่วงต้นปี 2012 ที่จะมี iPhone 6 จาก Apple มาจ่อรอรับไม้ต่อโน่นเลยทีเดียว



iPad

iPad
ถึงแม้ว่า ไอแพด 2 (iPad 2) จะเพิ่งจำหน่ายได้ไม่นานนัก คาดว่า หลายๆ คนอาจจะยังไม่ได้เป็นเจ้าของกันเลยด้วยซ้ำไป อีกทั้ง ยังไม่มีการวางจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งใครที่อยากได้ ก็ต้องไปหิ้ว ไอแพด 2 (iPad 2) มาจากทางฮ่องกง หรือสิงคโปร์แทน แต่ว่า ตอนนี้กลับมีข่าวของ ไอแพด 3 (iPad 3) ออกมาแล้วนะครับ โดยมีข่าวลือว่า อาจจะมาปลายปีนี้! ทำเอาคนที่เพิ่งซื้อ ไอแพด 2 (iPad 2) ถึงกับผงะได้เหมือนกัน
สำหรับปี 2011 นั้น มีแท็บเล็ตออกมาเยอะแยะอยู่เหมือนกันครับ ทั้ง แอนดรอยด์แท็บเล็ต รวมไปถึง OS อื่นๆ อีกอย่าง QNX บน BlackBerry Playbook และ WebOS บน HP TouchPad ซึ่งข่าวคราวของ ไอแพด 3 (iPad 3) คาดว่า คงจะทำให้หลายๆ ค่ายเริ่มชะลอการเปิดตัว แท็บเล็ตรุ่นใหม่ ได้เหมือนกัน อย่างที่ การเปิดตัวของ ไอแพด 2 (iPad 2) ที่ทำเอา Samsung ต้องดึง Samsung Galaxy Tab 10.1 กลับไปโมดิฟายด์ใหม่
ข่าวคราวของ ไอแพด 3 (iPad 3) เว็บ t3.com ได้ไปรวบรวมข่าวลือต่างๆ ที่ว่ากันว่า "เชื่อถือได้" มาทำเป็นความเป็นไปได้ว่า ไอแพด 3 (iPad 3) จะมีฟีเจอร์เหล่านี้ได้หรือไม่ ลองมาดูกันครับว่า ไอแพด 3 (iPad 3) จะแตกต่างจาก ไอแพด 2 (iPad 2)มากน้อยแค่ไหน
ไอแพด 3 (iPad 3) : Retina Display
ก่อนที่ ไอแพด 2 (iPad 2) จะเปิดตัวนั้น มีหลายฝ่ายคาดการณ์กันไว้ว่า ไอแพด 2 (iPad 2) จะมีจอแสดงผลแบบ Retina Display ซึ่งแน่นอนว่า จุดนี้ ทำเอาหลายคนผิดหวังไปตามๆ กันครับ และส่วนใหญ่ก็คาดหวังว่า ไอแพด 3 (iPad 3) จะมีหน้าจอแบบ Retina Display หรือไม่ อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวจาก Digital Trends ได้ระบุว่า บางที Apple อาจจะใช้จอแบบ AMOLED หรือจอที่รองรับ Full HD ที่ แท็บเล็ต ส่วนใหญ่ในตอนนี้ สามารถทำได้
ความเป็นไปได้ : 2/5
ไอแพด 3 (iPad 3) : จอแสดงผลแบบ 3D
ความเป็นไปได้ : 1/5
สำหรับข่าวคราวของ iOS 5 นั้น คาดกันว่า น่าจะเปิดตัวราวๆ เดือนกรกฏาคมนี้ ประกอบกับการเปิดตัวของ iPhone 5 ในช่วงนั้นเช่นกัน (แต่ยังไม่แน่ใจนะครับว่า ข่าวดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่) ซึ่งถ้าหากว่า iOS 5 เปิดตัวตอนกลางปีจริงๆ ล่ะก็ คงจะได้เห็นข่าวคราวความเป็นไปได้มากขึ้นของ iOS 5 ช่วงเดือนมิถุนายนครับ อีกทั้งในตอนนั้น Apple จะจัดงาน WWDC ที่ซานฟรานซิสโกเช่นกัน ซึ่งถ้าหาก iOS 5 เปิดตัวแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ที่ ไอแพด 3 (iPad 3) จะใช้ iOS 5 ครับ
ความเป็นไปได้ : 3/5
ไอแพด 3 (iPad 3) : Thunderbolt Port
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า iPad 1 และ ไอแพด 2 (iPad 2) นั้น ไม่มี USB port นะครับ แต่ทาง Apple เพิ่งนำเทคโนโลยี Thunderbolt Port เข้ามาใช้กับแล็ปท็อปตัวเก่งอย่าง Apple MacBook Pro ซึ่งแน่นอนว่า การรับส่งข้อมูลนั้น เร็วกว่าพอร์ตธรรมดาๆ อย่างแน่นอน  พูดง่ายๆ ก็คือว่า สามารถโอนไฟล์ระดับ Full HD โดยใช้เวลาแค่ 30 วินาทีเท่านั้นครับ ซึ่งจุดนี้ อาจจะมีความเป็นไปได้ที่ Apple จะเพิ่ม Thunderbolt Port ให้กับ ไอแพด 3 (iPad 3) ก็เป็นได้ครับ
ความเป็นไปได้ : 3/5
ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีการพูดถึงราคาของ ไอแพด 3 (iPad 3) นะครับ แต่สำหรับราคา ไอแพด 2 (iPad 2) จะสังเกตได้ว่า ราคาเปิดตัว แทบไม่ต่างจาก iPad 1 เท่าไหร่นัก นั่นคือ เปิดตัวที่ 499$ สำหรับรุ่น Wi-Fi 16GB จึงมีความเป็นไปได้ที่ ไอแพด 3 (iPad 3) จะมีราคาเปิดตัวที่ไม่ต่างจาก iPad 1 และ ไอแพด 2 (iPad 2) ครับ
วันเปิดตัว ไอแพด 3 (iPad 3)
แหล่งข่าวแรกได้ระบุว่า ไอแพด 3 (iPad 3) จะเปิดตัวหลังจาก ไอแพด 2 (iPad 2) เปิดตัวไปได้ 6 เดือน ถ้าอ้างอิงคำพูดนี้ นั่นหมายความว่า ไอแพด 3 (iPad 3) จะเปิดตัวประมาณเดือนกันยายนครับ ในขณะที่อีกแหล่งข่าวได้อ้างอิงถึง Product Cycle ของทาง Apple ที่ระบุว่า iPad นั้น จะอยู่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ก็แสดงว่า ไอแพด 3 (iPad 3) จะเปิดตัวก็ราวๆ เดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม ปีหน้าครับ อีกอย่างหนึ่งก็คือ ถ้าหาก ไอแพด 3 (iPad 3) เปิดตัวในปีนี้จริง คงขโมยซีนของ ไอแพด 2 (iPad 2) ไปซะหมดแน่นอน แบบนี้ ไอแพด 2 (iPad 2) ก็คงไม่ใช่ Tablet of The Year ของปี 2011 ตามที่สตีฟ จ๊อบส์ กล่าวไว้น่ะสิครับ :D